เส้นทางการเดินจาก Yellow Belt ไปยัง Green Belt แล้วถึง Black Belt ของครูพลอย (ยาวหน่อยเพราะมันผ่านมาเกือบ 10 ปี 😅)
หลายๆ คนที่ตามอ่านกันมา อาจจะงงๆ หน่อยกับ Belt ต่างๆ หลายๆ คนอาจจะมีคำถามว่า แล้วมันต่างกันอย่างไร และหลายคนที่เริ่มสนใจในศาสตร์ Six Sigma คงอยากรู้ว่าถ้าอยากมาเดินในเส้นทางนี้ ต้องทำยังไงครับครู ?
โพสนี้จึงอยากมาแชร์เส้นทางการเดินของครูพลอยเอง เพื่อให้ทุกคนเห็นภาพชัดขึ้นนะคะ
ย้อนกลับไปมากกว่า 10 ปี องค์กร Linde ของเรา ใช้ศาสตร์ Six Sigma ในการผลักดันให้องค์กรเติบโต มีผลกำไรและพัฒนาบุคลากร ใช้ในทุกประเทศทั่วโลกค่ะ
ย้อนกลับไปในวันนั้น ครูพลอยทำงานตำแหน่ง Business Manager ค่ะ
Linde Thailand นำโปรแกรม Six Sigma มาสนับสนุน Values ขององค์กร เพื่อให้เป็น High Performance Organization ซึ่งช่วงนี้ก็มีแฟนเพจหลายคนหลังไมค์มาคุยว่า องค์กรของตนเองก็กำลังจะเอาศาสตร์ Six Sigma มาใช้เช่นกัน จึงรู้สึกตื่นตัว อยากเรียนรู้ว่า มันคืออะไร
ก่อนอื่นยินดีด้วยที่คุณจะได้เข้ามาเดินบนเส้นทางที่สนุก ท้าทายและมีตรรกะสุดๆ ค่ะ 😁
ในวันที่ครูพลอยเป็น Sales ได้ร่วมเข้ารับอบรมกับ Black Belt ในวันนั้นกับคลาส
🎯 Six Sigma Yellow Belt Training Class : 2 days
จำไม่ได้แล้วว่า รู้สึกอย่างไรตอนเรียน แต่จำได้แม่นว่า เรียนจบแล้วไม่ได้เอาไปใช้เลย เพราะชีวิต Sales กำลังหมกมุ่นกับการหายอดขายอย่างเมาส์มัน นึกย้อนกลับไปเสียดายมาก เพราะถ้าเอาไปปรับใช้กับการเป็น Sales ขั้นเทพที่แก้ปัญหาร่วมกับลูกค้าได้ คงเจ๋งน่าดู
เรียนไปแล้ว ก็ลืมไปแล้ว จนได้ย้ายตำแหน่งมาเป็น Customer Service Manager
เพื่อนที่เป็น Black Belt ในวันนั้น มาให้ช่วยเชียร์น้องๆ ลูกค้าสัมพันธ์ในแผนกมาร่วมเรียนในคลาสให้ครบ
เป็นจุดเปลี่ยนที่ครูพลอยเข้าไปนั่ง observe การสอนของเพื่อนอีกรอบ พร้อมกับได้มอบหมายปัญหาที่เจอในแผนกให้กับ Supervisor 4 คน
Assignment คือ หลังจบคลาสให้เอาปัญหาของทีมตัวเองมาทำเป็น Yellow Belt Project แล้วครูพลอยในฐานะหัวหน้างานจะทำหน้าที่โคชให้
จริงๆ จุดประสงค์แอบแฝงใน Assignment ในวันนั้นคือ อยากพัฒนา Competency ของ Supervisor ให้แตกต่าง จากน้องๆ staff ที่เป็นลูกน้องของพวกเขาค่ะ
อยากให้ Supervisor เดินเข้ามาบอกถึงปัญหาที่เขาเจอ พร้อมกับทางเลือกวิธีแก้ ไม่ใช่เดินมาถามว่า แก้ไงดีพี่ ??
ผลลัพธ์ที่ได้คือ เจ้าน้องๆ Supervisor ทั้ง 4 คน ตั้งใจเรียนมาก บางคนก็เรียนรอบที่ 2 ที่ตั้งใจเพราะรู้ว่า เรียนเสร็จต้องเอาไปปรับใช้ในการแก้ปัญหาจริง
ที่ได้อีกอย่างคือ ครูพลอยก็ตั้งใจเรียนรอบที่ 2 มากกกก เช่นกัน เพราะรู้ว่าเรียนเสร็จต้องไปโคชพวกเขาอีกที 😅
ผลลัพธ์ปลายทางที่ดีมากๆ คือ เรามี 4 Projects ที่ได้แก้ปัญหาจริงๆ ให้กับแผนก
# ช่วยลด workload ในการทำงานของน้องๆ จากการทำขั้นตอนไร้ค่า
# ช่วยทำให้น้องๆ ให้บริการข้อมูลลูกค้าได้เร็วขึ้น
# ช่วยให้บริษัทได้ยอดขายมาเร็วขึ้นจากการที่เมื่อก่อนไม่รู้ว่าโรงงานผลิตเสร็จแล้ว แต่เรายังไม่ได้แจ้งส่ง
สิ่งที่ดีของตัวครูพลอยเองคือ โคตรจะเข้าใจในเนื้อหาที่เรียนมาเลย เพราะหลังจบคลาส กลับมาอ่านซ้ำแล้วซ้ำอีก เพราะต้องโคชลูกน้องนั่นเอง อ่านจมดิ่งจนตกหลุมรักเลยกับศาสตร์นี้ 😍
จากประสบการณ์ ครูพลอยมองว่า การอบรม Yellow Belt 2 วันเต็มๆ เพียงพอแล้วสำหรับพนักงานที่จะเรียนรู้แล้วเอาไปปรับใช้ แก้ปัญหาในงานตัวเอง แก้ปัญหาในงานของแผนก
หัวหน้างานควรเป็นอย่างยิ่งที่ต้องเรียน เพื่อผลักดันผลงานแผนกตัวเอง แล้วยังเพียงพอที่จะเอาไปสอนลูกสอนหลาน ให้มีตรรกะ เหตุและผล แก้ปัญหาเล็กๆ ของเด็กๆ ได้ค่ะ
มันคือ ทักษะการแก้ปัญหาเบื้องต้นที่ทุกคนต้องมีค่ะ
หลังจากนั้น Linde มีโปรแกรมให้พนักงานหลายแผนกมาทำงานร่วมกันเป็น Working group เพื่อแก้ปัญหาใหญ่ๆ ของแต่ละ Business unit
ครูพลอยถูกเลือกให้อยู่ในทีม Special Product Business ที่ตัวเองเคยเป็น Sales ค่ะ
จากโปรแกรมนี้ เขาคัดเลือกคนจากแต่ละกลุ่มให้ทำ Project โดยส่งไปเรียน
🎯 Six Sigma Green Belt Training Class : 7 days
เรียนลึกในหลักการ DMAIC เรียนเพิ่มโปรแกรมสถิติ Minitab เพื่อวิเคราะห์ข้อมูล เรียนเพิ่มเรื่อง People ที่สอนโดย Master Black Belt เพราะ Green Belt Project จะเป็นปัญหาที่มีความซับซ้อนมากขึ้น มีหลายแผนกเกี่ยวข้อง
การทำ Green Belt Project ทำไปพร้อมกับทำงานประจำตัวเอง โดยมี Black Belt ทำหน้าที่โคชให้ค่ะ ใช้เวลาทำประมาณ 5 เดือน พร้อม Storyboard สอบสัมภาษณ์กับคณะกรรมการ ผ่านถึงจะได้เป็น Certified Green Belt
การสอบเพื่อให้มั่นใจว่า เราเข้าใจ Methodology หรือไม่ ใช้ Six Sigma Tools ถูกต้องหรือไม่ มี People skill ในการทำงานร่วมกับคนอื่นหรือไม่ และสุดท้าย มี commercial view ในธุรกิจหรือไม่
ถึงจุดนี้ สิ่งที่เรียนรู้คือ ไม่ใช่ทุกคนจะรอดจนจบหลักสูตร ถ้าคุณเป็นคนที่ชอบวิเคราะห์ ชอบตัวเลข ชอบสถิติ ชอบตรรกะ ชอบคิดเป็นขั้นตอน ไม่ใจร้อน ชอบรับมือกับคนที่หลากหลาย คุณมาถูกทางแล้วค่ะ 😀
หลังจากนั้น Linde Thailand รับสมัคร Black Belt full time เพิ่มอีก 1 คน เพราะอยากเห็นการผลักดันที่เร็วขึ้นค่ะ
แน่นอนว่า ครูพลอยไม่ลังเล กระโจนเข้าไปเป็นหนึ่งในตัวเลือก แล้วก็ได้ตำแหน่งนั้นมา เพราะเจ้านายที่สัมภาษณ์น่าจะเห็นความหลงใหลตั้งแต่ Yellow Belt จนถึง Green Belt ค่ะ
ได้ตำแหน่งมา บริษัทส่งไปเรียน Black Belt Class ร่วมกับเพื่อนๆ จากประเทศอื่นอีก 7 คนค่ะ
🎯 Six Sigma Black Belt Training Class : 4 months
ก่อนไปเรียนทีมผู้บริหารเลือก Project ที่สำคัญของ Thailand เป็น Black Belt Project ค่ะ
คลาสเรียนคือ DMAIC ใน 4 เดือน ในแต่ละเดือน เรียนแต่ละเฟส 2 วีค กลับมาทำ Project 2 วีค กลับไปเรียนจนครบ 4 เดือน ทำเสร็จใน 6 เดือนค่ะ
Master Black Belt ทำหน้าที่โคช ที่ชอบคือ ได้เดินทางไปเรียนในประเทศต่างๆ ใน Linde group
ในปีที่สองเริ่มทำ Project ที่ 2 ไปพร้อมกับ
# สอน Yellow Belt Training Class : 2 days ให้กับพนักงานทุกคน
# สอน Green Belt Training Class : 7 days ร่วมกับ Master Black Belt
# โคช Green Belt 15 คนต่อรุ่น
# โคช Yellow Belt ถ้าอยากทำ project
นั่นคืองานหลักค่ะ หลังจากนั้นสอบสัมภาษณ์ด้วย Storyboard ของ 2 projects มีคนจาก Global ที่เป็น Super Master Black Belt มาร่วมเป็นคณะกรรมการด้วยค่ะ
การสอบครั้งนี้เข้มข้นกว่าตอน Green Belt เพราะเขาจะมองเรื่องการ Engagement ของเรากับทีมผู้บริหาร เพื่อให้มีกำลังสนับสนุนจากพวกเขาเล่านั้นให้การผลักดันศาสตร์ Six Sigma ในองค์กรให้ประสบความสำเร็จ และครูพลอยก็โชคดีมาก ที่พี่ๆ ผู้บริหารทุกท่านรวมถึง MD เห็นถึงความสำคัญและประโยชน์ของศาสตร์ Six Sigma
สิ่งที่เรียนรู้คือ โชคดีที่ครูพลอยได้เรียนรู้แล้วทำ Project จริง ตั้งแต่ Yellow Belt มา Green Belt จนถึง Black Belt มันทำให้เรามั่นใจว่าชอบจริงๆ ลงลึกไปเรื่อยๆ เรียนรู้จากการลงมือทำจริง และ Contribute ให้กับองค์กรค่ะ
ที่เจ๋งคือ ครูพลอยได้ฝึกฝน People skills ในทุกมิติ และหลงใหลจนเป็น Passion อยากส่งต่อองค์ความรู้นี้ ให้กับทุกคนที่สนใจค่ะ
แน่นอนว่า เป็นที่มาของ Blog และเพจ Facebook ด้วย 😍
หวังว่า โพสยาวมากโพสนี้ ทำให้หลายคนมองภาพเส้นทางหรือ Career path ของอาชีพนี้ได้ชัดขึ้นนะคะ
ครูพลอย
https://www.facebook.com/ployparploen/